คนมีบ้านหลายคนมักจะตกใจเมื่อพบ "รอยร้าว" บนผนังบ้าน บางคนกังวลว่าบ้านกำลังจะถล่ม หรือเกิดจากโครงสร้างที่ทรุดตัว แต่ในความเป็นจริงแล้ว รอยร้าวบนผนังมีหลายประเภท และส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายต่อโครงสร้างหลักของบ้าน วันนี้เรามาเรียนรู้วิธีสังเกตความแตกต่าง เพื่อรับมือได้อย่างถูกต้องครับ
1. รอยร้าวแนวเฉียง 45 องศา (⚠️ อันตรายมาก)
ร้าวเฉียงเป็นมุมจากมุมหน้าต่างหรือประตู
รอยร้าวลักษณะนี้มักจะลากยาวทะลุระหว่างเสากับคาน หรือเฉียงลงพื้น เป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่า "ฐานรากหรือเสาเข็มกำลังทรุดตัวไม่เท่ากัน" ทำให้โครงสร้างบ้านถูกดึงจนฉีกขาด หากเจอแบบนี้ ห้ามฉาบปิดทับเด็ดขาด ต้องรีบติดต่อวิศวกรโครงสร้างหรือช่างมืออาชีพเพื่อประเมินการเสริมฐานรากด่วนครับ
2. รอยร้าวแนวดิ่งกลางผนัง / รอยร้าวแนวคาน (⚠️ ควรระวัง)
ลักษณะร้าวกลางกำแพงจากบนลงล่าง
รอยร้าวแบบนี้อาจเกิดจากการแอ่นตัวของคานด้านบนที่รับน้ำหนักมากเกินไป หรือการก่ออิฐที่ไม่ได้เสียบเหล็กหนวดกุ้งให้แข็งแรงพอเชื่อมกับเสาโครงสร้าง หากรอยร้าวกว้างขึ้นเรื่อยๆ หรือสามารถมองทะลุแสงได้ ถือว่าอันตราย ควรให้ช่างเข้าตรวจสอบและสกัดผนังเพื่อซ่อมแซมครับ
3. รอยร้าวลายงา (ไม่อันตราย ซ่อมเองได้)
รอยแตกลายงาทั่วไปบนผิวปูนฉาบ
นี่คือรอยร้าวที่พบได้บ่อยที่สุดในเกือบทุกบ้าน! รอยแตกจะมีเส้นบางๆ เล็กๆ แตกแขนงคล้ายลายงา หรือเป็นเส้นตรงบางๆ เกิดจากการหดตัวของปูนฉาบ การผสมปูนไม่ดี หรืออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง ไม่ส่งผลต่อโครงสร้างหลัก อย่างแน่นอน
วิธีซ่อมแซมง่ายๆ ด้วยตัวเอง
ใช้กระดาษทรายขัดสีเดิมออกเล็กน้อย ทำความสะอาดฝุ่น แล้วใช้สีโป๊ว (Acrylic Filler) ปาดอุดรอยร้าว ทิ้งให้แห้ง ขัดให้เรียบ แล้วทาสีทับใหม่ได้เลยครับ
กังวลเรื่องรอยร้าวที่บ้าน?
ให้ทีมช่างมืออาชีพจาก TT Service Nonthaburi ช่วยเข้าไปตรวจสอบและประเมินรอยร้าวอย่างถูกต้อง พร้อมบริการซ่อมแซมโครงสร้างและรอยแตกร้าวทุกรูปแบบ
ปรึกษาทีมช่าง